บทวิเคราะห์: อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนรับมือการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

(CRI)วันอังคาร 18 กุมภาพันธ์ 2025

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริก ลงนามในคําสั่งผู้บริหารเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มอีก 10% สําหรับสินค้าที่นําเข้าจากจีน คําสั่งผู้บริหารฉบับนี้ยังยกเลิกการยกเว้นภาษี “ขั้นต่ำ” ของสหรัฐอเมริกาที่ให้กับสินค้านำเข้าขนาดเล็กที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาคมโลกกําลังจับตาดูว่า อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนจะรับมือการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาอย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีว่านโยบาย “การยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ”ดังกล่าวอำนวยความสะดวกต่ออีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนในการประกันให้ราคาสินค้าต่ำ และยังเปิดโอกาสในการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนที่มี Shein บริษัทฟาสต์แฟชั่นของจีนและ Temu อีคอมเมิร์ซค้าปลีกข้ามพรมแดนที่มีชื่อเสียงของจีน

ย้อนไปเมื่อปี 2016 สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มวงเงินขั้นต่ำของการยกเว้นภาษีศุลกากรของสินค้านำเข้าขนาดเล็กจาก 200 ดอลลาร์ให้เป็น 800 ดอลลาร์ ซึ่งผลักดันให้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนก็เฟื่องฟูขึ้นตามกัน

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ปัจจุบัน จีนมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกว่า 120,000 บริษัท และธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเหล่านี้ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศมากกว่า 30,000 รายการ ในปี 2024 มูลค่าการนําเข้าและส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนสูงถึง 2.63 ล้านล้านหยวน เติบโต 10.8% เมื่อเทียบกับปี 2023 นอกจากนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขนาดการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า

บุคคลในแวดวงอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนระบุว่านโยบายภาษีใหม่ของสหรัฐอเมริกา มีผลกระทบร้ายแรงต่อการอยู่รอดของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนขนาดกลางและขนาดเล็กของจีน ต่อการนี้ มีธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนบางรายใช้ท่าทีรอดู แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนอีกจำนวนหนึ่งมุ่งที่จะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้

ตัวอย่างเช่น คุณเสี่ยวข่ายและคุณหลี หมิง ทั้งคู่เป็นผู้ประกอบการที่เริ่มพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนตั้งแต่ปี 2022 คุณเสี่ยว ข่าย ค้าขายเครื่องครัวและเครื่องใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก และเชื่อว่าเขาไม่สามารถหยุดได้ในขณะนี้ แต่ควรเร่งปรับตัวเพื่อดูว่าจะสามารถอยู่รอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้หรือไม่ เขาเริ่มปรับแนวคิดในการเลือกผลิตภัณฑ์โดยจะเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และจะเน้นการบริการส่วนบุคคล และสํารองกําไร

ส่วนคุณหลี หมิง ตัดสินใจขึ้นราคาสินค้าของเขา 5% เนื่องจากเขาค้าขายสินค้าที่ออกแบบตามคำสั่งเฉพาะของลูกค้า มีค่าธรรมเนียมการปรับแต่งเพิ่มเติม ดังนั้น การแข่งขันที่เขาเผชิญจึงไม่ใหญ่นัก และผลกระทบจากการขึ้นราคาก็ไม่ได้ส่งผลนัก อย่างไรก็ตาม คุณหลี หมิงกังวลเรื่องเวลาในพิธีการศุลกากรจะนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความตรงต่อเวลาของโลจิสติกส์ เขาเล่าว่า ในอดีต หลังจากการจัดส่งลูกค้าจะได้รับสินค้าภายในเวลา 5-7 วัน แต่ตอนนี้มันไม่แน่นอนมาก คนในวงการบางคนระบุว่า ในอนาคตเวลาพิธีการศุลกากรอาจขยายออกไปเป็นนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยต้องเผชิญกับการตรวจสอบศุลกากร ความล่าช้าของการสั่งซื้อ และแม้กระทั่งความเสี่ยงในการส่งคืน

บ้างก็เชื่อว่า การที่สหรัฐอเมริกาตกลงปรับขึ้นภาษีศุลกากร 10% ต่อผลิตภัณฑ์จีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา และปรับนโยบายการยกเว้นภาษีมูลค่า 800 ดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้จะเพิ่มต้นทุนการบริโภคของผู้บริโภคชาวอเมริกันอย่างไม่ต้องสงสัย และส่งผลลบต่อประสบการณ์การชอปปิงของ ผู้บริโภคชาวอเมริกันด้วย

คุณย่าน ผู้บริโภคจากทวีปอเมริกากังวลเรื่องต้นทุนชอปปิงออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา เธอกล่าวว่า ไม่รู้ว่าต้นทุนการชอปปิงออนไลน์จะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนในอนาคต ในอนาคต เธอจะระมัดระวังการสั่งซื้อมากขึ้น และการส่งคืนสินค้าก็รู้สึกจะลําบากมากขึ้น

เกี่ยวกับการขึ้นราคา มีสองเสียงที่แตกต่างกันในกลุ่มผู้ขายข้ามพรมแดน ผู้มองโลกในแง่ดีเชื่อว่าหากทุกคนขึ้นราคา การขึ้นราคาก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ให้โอกาสผู้ค้าที่จะได้รับผลกําไรที่สูงขึ้น และในที่สุดผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาจะจ่ายเงิน แต่ในระยะสั้น จะเป็นเรื่องยากสําหรับผู้ซื้อที่คุ้นเคยกับราคาต่ำที่จะยอมรับการขึ้นราคาอย่างกะทันหัน และการลดน้อยลงของยอดขายจะทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนขนาดเล็กจํานวนมากล้ม และธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนทั้งหมดจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่

สําหรับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนชั้นนําของจีนซึ่งรวมถึง บริษัท Shein และ Temu ก็จะเกิดการปฏิรูปที่ลึกซึ้งเช่นกันซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว สองบริษัทนี้ได้เริ่มพยายามสร้างโมเดลของตนขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานและตั้งคลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์ในต่างประเทศเพื่อประหยัดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และลดความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น SHEIN ก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่งในเมืองไวท์ทาวน์ รัฐอินเดียนา และรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ตามลำดับ เพื่อความสะดวกสําหรับการสต็อกสินค้าในท้องถิ่นและปรับปรุงความตรงเวลาในการจัดส่ง ในขณะเดียวกัน

อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนยังเพิ่มมูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ด้วยการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลจีนได้ออกนโยบายจำนวนหนึ่งเพื่อส่งเสริมให้บรรดาธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปพัฒนาที่ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการปรับนโยบายการคืนภาษีส่งออก ให้การสนับสนุนทางการเงิน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยบริการให้คําปรึกษา เพื่อช่วยให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนสามารถปกป้องสิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายในตลาดต่างประเทศ ปรับปรุงกลไกการเตือนภัยล่วงหน้าสําหรับความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ และให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดระหว่างประเทศ

สื่อมวลชนจีนหวังว่าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนจะได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้นหลังจากเหตุการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้