ร้านค้าปลอดภาษีชุดใหม่บริเวณด่านเข้าเมืองของจีน เตรียมกระตุ้นการบริโภคจากต่างประเทศ

(People's Daily Online)วันเสาร์ 28 กุมภาพันธ์ 2026

จีนเตรียมขยายเครือข่ายร้านค้าปลอดภาษีอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อมอบโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อสินค้ามากขึ้น เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนเริ่มฟื้นตัว

เมื่อเร็วๆ นี้ หน่วยงานภาครัฐ 5 แห่ง รวมถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้ประกาศจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษี ณ จุดผ่านแดนแห่งใหม่ 41 แห่ง ควบคู่ไปกับการดำเนินงานต่อเนื่องใน 11 แห่งที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึงสนามบินนานาชาติไหโข่วเหม่ยหลานในเมืองไหโข่ว มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน

ร้านค้าใหม่เหล่านี้จะตั้งอยู่ที่สนามบิน ท่าเรือ และด่านชายแดนทางบกในหลายภูมิภาค ซึ่งรวมถึงมณฑลหูเป่ย หูหนาน และเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของจีน มณฑลจี๋หลินและเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงและมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน มณฑลเสฉวนและกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มณฑลซานตงและเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน รวมถึงนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีนด้วย

สนามบินสำคัญๆ ได้แก่ สนามบินนานาชาติอู่ฮั่นเทียนเหอ ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สนามบินนานาชาติฉางชาหวงฮวา ในเมืองฉางชา มณฑลหูหนาน และสนามบินนานาชาติฮาร์บินไท่ผิง ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง เป็นต้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การขยายตัวครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่ “การเปิดร้านค้าใหม่” แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอุปทาน กระตุ้นการบริโภค และบูรณาการธุรกิจค้าปลีกปลอดภาษีเข้ากับเครือข่ายการท่องเที่ยวและการขนส่งของประเทศ

ในบริบทของสภาพแวดล้อมภายนอกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ระบบปลอดภาษีได้รับการยกระดับบทบาทเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนทั้งการเปิดประเทศที่มีมาตรฐานสูงของประเทศ และความพยายามในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพให้กับความคาดหวัง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การกระจายตัวของร้านค้าปลอดภาษีบริเวณด่านเข้าเมืองแห่งใหม่นั้น สอดคล้องกับความต้องการเดินทางข้ามพรมแดนที่เพิ่มมากขึ้น

การเดินทางไปประเทศจีนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านค้าปลอดภาษีบริเวณด่านเข้าเมืองเป็นสถานที่ชอปปิงที่สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมีศักยภาพที่จะช่วยขยายการบริโภคจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

คาดว่าเครือข่ายปลอดภาษีที่ขยายใหม่นี้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมหลายด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ และอำนวยความสะดวกในการพัฒนาภูมิภาคอย่างเป็นระบบ