เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ใช้ AI พลิกอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่ยุคอัจฉริยะ
เมืองหนานทง มณฑลเจียงซูผลิตเครื่องนอนคิดเป็นสัดส่วนถึง 60 % ของทั้งโลก ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ศูนย์กลางการผลิตเครื่องนอนของโลก” กำลังนำ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านสินค้าคงคลัง
เครื่องนอนมีวิธีการผลิตที่เรียบง่าย โดย “ลวดลาย” เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความชอบของผู้บริโภค ผู้ผลิตบางรายจึงสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านการใช้ AI ในงานออกแบบ
โรงงานแห่งหนึ่งที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้งาน สามารถผลิตชุดเครื่องนอนได้ราว 20,000 ชุดต่อเดือน โดยทีมงานใช้แพลตฟอร์ม AI ในการสร้างลวดลายใหม่และเรนเดอร์ภาพตัวอย่าง ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวสามารถสร้างแบบดีไซน์ได้หลายพันแบบต่อวัน
ผู้ประกอบการ Startup จำนวนมากเริ่มให้บริการ AI แก่ผู้ผลิตสิ่งทอ หนึ่งในนั้นมีบริษัทพัฒนาโซลูชันให้บริการบริษัทสิ่งทอกว่า 1,300 แห่ง และสร้างผลงานออกแบบแล้วมากกว่า 3 ล้านชิ้น
Yuan Zehua ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซานซิน AI กล่าวว่า เมื่อก่อน การออกแบบ 1 ชิ้นมีต้นทุน 2,000–4,000 หยวน (9,200-18,400 บาท) แต่ AI ช่วยลดต้นทุนลงอย่างมาก เงินที่เคยต้องใช้กับการออกแบบ สามารถนำไปยกระดับคุณภาพของสินค้าแทนได้
AI ยังเข้ามาช่วยในกระบวนการควบคุมคุณภาพด้วย โรงงานแห่งนี้มีพนักงานเพียง 40 คน แต่เครื่องจักรทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ระบบ AI ตรวจสอบการทำงานในสายการผลิต หากเกิดปัญหา ระบบจะแจ้งเตือนบนหน้าจอทันที ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรับมือได้อย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของหนานทงคือสินค้าคงคลังจำนวนมหาศาล โดยมีร้านค้าจำนวนมากที่จำหน่ายเครื่องนอนที่ขายไม่ออกเป็นเวลานาน
เมื่อ AI เข้ามาช่วย ผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนแนวทางจากการผลิตจำนวนมาก มาเป็นการปล่อยสินค้าเพื่อ “ทดสอบความต้องการ” ก่อน หากสินค้าได้รับการตอบรับดี จึงค่อยเดินหน้าผลิตในระดับอุตสาหกรรม
Shi Si ผู้จัดการทั่วไป บริษัทบรินีย์ เท็กซ์ไทล์ กล่าวว่า บริษัทสามารถทดลองผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมาพร้อมกับความท้าทาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือข้อกังวลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากงานออกแบบที่สร้างโดย AI อาจมีความคล้ายคลึงกับผลงานเดิมโดยไม่ตั้งใจ และอาจเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่เคยจ้างงานจำนวนมหาศาลมาอย่างยาวนาน
ภาคอุตสาหกรรมกำลังพยายามหาทางออก โดยแพลตฟอร์ม AI หลายแห่งเริ่มพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อติดตามแหล่งที่มาของงานออกแบบ และระบุว่าใครคือผู้สร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับรายแรก
ขณะเดียวกัน บริษัทสิ่งทอเก่าแก่ที่ดำเนินธุรกิจมานานนับศตวรรษ ก็กำลังปรับยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยมองหาบุคลากรที่มีทักษะใหม่มากขึ้น เพื่อรองรับยุคของระบบอัตโนมัติ
Li Lanyu ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารนวัตกรรมของต้าเซิง กรุ๊ป ระบุว่า งานที่ทำซ้ำเป็นกิจวัตรกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ บริษัทจึงต้องการบัณฑิตรุ่นใหม่ที่สามารถดูแลให้ระบบเครื่องจักรทำงานได้อย่างปลอดภัย เสถียร และรักษาคุณภาพสินค้าได้