พลังงานสีเขียวหนุนแหล่งท่องเที่ยวคลายร้อนในจีน รับกระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติ

(People's Daily Online)วันพฤหัสบดี 20 สิงหาคม 2026

ยูทูบเบอร์ชาวฝรั่งเศส Yisa พาพ่อแม่เดินทางมาท่องเที่ยวจีนในช่วงฤดูร้อน โดยทั้งสองประทับใจกับสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดการเดินทาง กระทั่งพบว่ากระโจมแบบดั้งเดิมบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน ยังติดตั้งระบบปรับอากาศสมัยใหม่ไว้ภายในอีกด้วย

เช่นเดียวกับครอบครัวของ Yisa ที่ต้องการหลีกหนีคลื่นความร้อนซึ่งแผ่ปกคลุมยุโรป นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนมากขึ้นกำลังเดินทางมายังจีน ไม่เพียงเพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แต่ยังเพื่อหลีกหนีความร้อนในช่วงฤดูร้อนด้วย

แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปิดมิติใหม่ให้แก่การท่องเที่ยวขาเข้าของจีน เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ค้นพบว่าแหล่งท่องเที่ยวสำหรับหลบร้อนของจีนไม่ได้อาศัยเพียงความหลากหลายของภูมิประเทศทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสีเขียว และเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุม

ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ของจีนเช่นกัน

Jenna Knapp ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกัน เพิ่งเดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้ และหลบร้อนจากวันที่มีอุณหภูมิสูงถึง 36.7 องศาเซลเซียส ด้วยการเข้าไปสัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวในรีสอร์ตหิมะและสกีในร่ม

Jenna Knapp กล่าวในวิดีโอว่า “หากคุณรู้จักฤดูร้อนของเซี่ยงไฮ้และกำลังมองหาสถานที่หลบร้อน ที่นี่คือสถานที่ในฝัน” พร้อมระบุว่า นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวจำลองและเช่าอุปกรณ์สกีได้ในราคาไม่ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ

จุดหมายปลายทางดังกล่าวคือ Shanghai L+SNOW Indoor Skiing Theme Resort ซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ให้เป็นสถานที่เล่นสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีภูมิอากาศกึ่งร้อนชื้นและอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนมักสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส โดยภายในพื้นที่ลานหิมะขนาด 98,000 ตารางเมตร สามารถรักษาอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ -5 องศาเซลเซียส และมีความสูงต่างระดับสำหรับเล่นสกีถึง 60 เมตร

เบื้องหลังประสบการณ์ความเย็นดังกล่าวคือความพยายามอย่างเป็นระบบในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

รีสอร์ตได้นำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานหลากหลายรูปแบบมาใช้ ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบฉนวนกันความร้อนที่ได้รับการยกระดับ ระบบทำความเย็นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ การนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ ระบบกักเก็บพลังงานความเย็นด้วยน้ำแข็ง ตลอดจนระบบลดความชื้นและให้ความร้อน

ตามข้อมูลของรีสอร์ต มีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 37,000 ตารางเมตร ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2,000 ตันต่อปี

สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการหลบร้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการผสานเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเข้ากับรูปแบบการบริโภคบริการที่เกิดขึ้นใหม่ พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้วัสดุฉนวนกันความร้อน อุปกรณ์ทำความเย็น และเทคโนโลยีอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม พลังงานที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ความเย็น ตั้งแต่กระโจมบนทุ่งหญ้าไปจนถึงสถานบันเทิงในร่ม ล้วนได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ของจีน

เฉิง ห้าวจง ศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) กล่าวว่า “ความสามารถในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างเต็มที่” มีรากฐานมาจากเครือข่ายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษของจีน รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์

เฉิง ห้าวจง กล่าวว่า ความเย็นสบายที่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกของจีนได้รับ ยังได้รับการสนับสนุนจากไฟฟ้าสีเขียวที่ส่งมาจากภูมิภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งมีทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนอุดมสมบูรณ์

ระบบจ่ายไฟฟ้าของจีนยังคงมีเสถียรภาพ แม้ในช่วงฤดูร้อนที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงและทำสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า

ตามแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าใหม่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน และสำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน ร่วมกันเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม คาดว่าการใช้ไฟฟ้ารายปีของจีนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 600 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดช่วงแผนฯ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569–2573) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น จีนกำลังพัฒนาระบบจัดหาพลังงานที่หลากหลาย ครอบคลุมถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานหมุนเวียน

การเติบโตของการใช้ไฟฟ้าสีเขียวยังช่วยให้เมืองต่าง ๆ รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

ณ วันที่ 15 กรกฎาคม นครเซี่ยงไฮ้มีการใช้ไฟฟ้าสีเขียวมากกว่า 11 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในปีนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าสีเขียวตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่กำลังไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มเติมในช่วงกลางวันที่จัดหาผ่านกลไกตลาดเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในฤดูร้อน ซึ่งมีมากกว่า 5 ล้านกิโลวัตต์นั้น 3.2 ล้านกิโลวัตต์มาจากไฟฟ้าสีเขียว

การผสานกันระหว่างระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและการใช้ไฟฟ้าสีเขียวที่เพิ่มขึ้น กำลังสร้างรากฐานด้านพลังงานให้แก่ประสบการณ์การท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อนที่มีความหลากหลายมากขึ้นของจีน

นอกเหนือจากระบบไฟฟ้าแล้ว เครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมของจีนยังช่วยให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นสบายทั่วประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น

แม้เมืองใหญ่ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ผู้มาเยือนจำนวนมากขึ้นกำลังหันไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน เช่น เถิงชง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน คัชการ์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และ ฉินหวงเต่า ทางตอนเหนือ โดยได้รับแรงดึงดูดจากสภาพอากาศที่เย็นกว่าและภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์

แนวโน้มดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากเครือข่ายการบินพลเรือนและระบบรถไฟความเร็วสูงของจีนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรถไฟความเร็วสูงของจีนมีระยะทางรวมคิดเป็นมากกว่า 70% ของระยะทางรถไฟความเร็วสูงทั่วโลก

เฉา อี้เสีย นักวิจัยจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ ภายใต้สถาบันสังคมศาสตร์นครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เครือข่ายการคมนาคมที่ได้รับการยกระดับนี้ทำให้ภาพของการรับประทานติ่มซำในช่วงเช้าที่เมืองซึ่งร้อนระอุ ก่อนเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็นบริเวณเชิงเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในช่วงบ่าย กลายเป็นเรื่องที่นักเดินทางสามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแหล่งท่องเที่ยวคลายร้อนในจีนในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์การท่องเที่ยวตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาประเทศในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ไฟฟ้าสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ไปจนถึงระบบคมนาคมที่สะดวกและรูปแบบการบริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น

เฉา อี้เสีย กล่าวว่า เมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสประสบการณ์ “แหล่งท่องเที่ยวคลายร้อน” ของจีน พวกเขาก็จะได้เห็นและเข้าใจพัฒนาการของจีนอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและกระชับความเข้าใจระหว่างจีนกับนานาประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น