เจาะลึกตลาดจีน: อะไรคือจุดแข็งที่ทำให้ตลาดนี้โดดเด่น?
ในเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ตลาดที่มีศักยภาพและมีมูลค่าสูงถือเป็นสิ่งที่หาได้ยาก นักลงทุนจึงมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดที่มีคุณค่าและโดดเด่นเป็นพิเศษ แม้แต่เมื่อเทียบกับตลาดที่มีมูลค่าสูงแห่งอื่น ๆ
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ตลาดจีนมีความโดดเด่น? หนึ่งในคำตอบสำคัญคือ “เสถียรภาพ”
เสถียรภาพนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดจากความต่อเนื่องของชีวิตประจำวัน โดยสามารถพิจารณาผ่านสองประเด็นสำคัญ
ประการแรก คือ ความแตกต่างเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ แม้หลายประเทศพัฒนาแล้วจะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างภาระให้กับค่าใช้จ่ายของครัวเรือน แต่ผู้บริโภคชาวจีนยังคงสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก
ข้อมูลอย่างเป็นทางการสะท้อนภาพดังกล่าว โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในระดับไม่สูงมากนี้สะท้อนถึงความต่อเนื่องและความมั่นคงของชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป
ประการที่สอง การเปลี่ยนผ่านจากความเปราะบางในอดีตสู่ความยืดหยุ่นในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ในอดีต ปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงฤดูร้อนและการหยุดสายการผลิตของโรงงานเคยเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างมาก แต่ปัจจุบัน การจำกัดการใช้ไฟฟ้ากลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก
ในเดือนสิงหาคม ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมของจีนทะลุระดับ 1 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงอีกครั้ง โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม เมืองต่าง ๆ ยังคงดำเนินกิจกรรมได้อย่างราบรื่น ขณะที่บ้านเรือนยังมีแสงไฟสว่างไสวตามปกติ
ความมั่นคงดังกล่าวเป็นผลจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัยและครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ระบบส่งไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษและเครือข่ายจำหน่ายไฟฟ้าในชนบท ไปจนถึงระบบไมโครกริดแบบบูรณาการในเขตเมือง โดยระบบไฟฟ้าของจีนสามารถผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนแบบดั้งเดิมเข้ากับพลังงานลม พลังน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่ผันผวนทั่วโลก เสถียรภาพเช่นนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ภาคธุรกิจสามารถคาดการณ์ทิศทางได้มากขึ้น
นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันกลับปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนขึ้น 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจจีน และช่วยอธิบายว่าเหตุใดนักลงทุนต่างชาติจึงทยอยเพิ่มการลงทุนในจีนอย่างต่อเนื่อง
แล้วเสถียรภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของระบบและกลไกการบริหารของจีน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจ
ลองพิจารณาตัวอย่างจากเขตต้าตู้โข่ว นครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งในอดีตเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งอุตสาหกรรมเหล็กขนาดใหญ่ แต่หลังจากบริษัท Chongqing Iron & Steel Co., Ltd ย้ายฐานการผลิตออกไป เขตแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ใดขึ้นมาทดแทนอุตสาหกรรมเดิม โดยอาศัยจุดแข็งที่มีอยู่ เขตต้าตู้โข่วจึงตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์
ภาคตลาดและภาครัฐทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ด้วยกระบวนการอนุมัติและกำกับดูแลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น กลุ่มบริษัท Qianjiang Motorcycle จึงสามารถย้ายเข้าสู่โรงงานผลิตอัจฉริยะแห่งใหม่ได้ทันทีที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ ปัจจุบัน ชิ้นส่วนจากบริษัท Qiutian Gear ถูกนำไปใช้ในการผลิตรถจักรยานยนต์ทั่วโลกถึง 1 ใน 5 คัน ขณะที่บริษัท Lide Industry ครองส่วนแบ่งตลาดคลัตช์ภายในประเทศจีนเกือบครึ่งหนึ่ง
การวางแผนอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ การสนับสนุนนโยบายที่ตรงจุด และการยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เขตแห่งนี้พัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร โดยกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงกันได้ภายในระยะทางเพียง 15 นาที
การสร้างสมดุลระหว่างความคล่องตัวกับความเป็นระเบียบถือเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อมีบริษัทมากกว่า 350 แห่งแข่งขันอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะทำอย่างไรให้ตลาดยังคงมีชีวิตชีวา โดยไม่กลายเป็นการแข่งขันที่ไร้ระเบียบ? หัวใจสำคัญอยู่ที่การประสานความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ควบคู่กับการสร้างความแตกต่างในการแข่งขันของแต่ละบริษัท
แต่ละบริษัทมุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมขยายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตกับการบริโภค ตลอดจนผสานอุตสาหกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ มูลค่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของธุรกิจขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ที่กำหนดในกลุ่มอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ของเขตต้าตู้โข่ว เติบโตขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน การผลิตรถจักรยานยนต์ กิจกรรมการขับขี่ และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ต่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ประจำเขตแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการเปิดโอกาสให้ตลาดเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลตอบแทนจากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับสูง เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงอยู่ที่แนวทางการพัฒนาที่สำคัญยิ่งกว่า ได้แก่ การปรับให้สอดคล้องกับสภาพและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ การตัดสินใจบนพื้นฐานของการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน และการมองการณ์ไกลในระยะยาว
จีนไม่ได้มุ่งตามกระแสที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมที่เลือกพัฒนา พร้อมยึดมั่นในเป้าหมายการสร้างพลังการผลิตคุณภาพใหม่ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค ขณะเดียวกัน จีนยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว มากกว่าการมุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ที่จับต้องได้ในระยะสั้น