เซินเจิ้นเร่งผลักดันหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพสู่การใช้งานจริง
เซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสำคัญทางตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) โดยมีโครงการต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งโรงเรียนฝึกหุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหุ่นยนต์ให้สามารถปฏิบัติงานได้จริง ทั้งในภาคการผลิตและงานบ้านในชีวิตประจำวัน
เมื่อเดือนที่ผ่านมา ชุมชนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพจวี้เป่าเผิน (Jubaopen Embodied AI Innovation Community) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยจัดเตรียมสถานการณ์จำลองที่หลากหลายให้บริษัทต่าง ๆ ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ฝึกฝน และทดสอบหุ่นยนต์ ทั้งนี้ คำว่า “จวี้เป่าเผิน” ในภาษาจีนมีความหมายตามตัวอักษรว่า “แหล่งรวมขุมทรัพย์แห่งนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ”
ปัจจุบัน จวี้เป่าเผินได้กลายเป็นแหล่งทรัพยากรสาธารณะสำหรับบริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์ และเป็นพื้นที่รองรับการดำเนินงานภายในศูนย์กลางอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence Hub) ในเขตเป่าอันของเซินเจิ้น
เซินเจิ้นเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพเติบโตอย่างคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยมีบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจรมากกว่า 1,100 แห่ง ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนหลักไปจนถึงการประกอบหุ่นยนต์สำเร็จรูป ขณะที่เขตเป่าอันเพียงแห่งเดียวมีบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มากกว่า 600 แห่ง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากโครงการสำคัญต่าง ๆ รวมถึงศูนย์กลางอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ
ภายในโรงเรียนฝึกหุ่นยนต์เต็มไปด้วยกิจกรรมการเรียนรู้และฝึกฝน หุ่นยนต์จำนวนมากประจำอยู่ตามพื้นที่จำลองการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งข้างเตียง ข้างชั้นวางของ และภายในห้องน้ำ บางตัวฝึกหยิบขวดน้ำขึ้นแล้ววางลงซ้ำ ๆ ขณะที่บางตัวฝึกเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายใส่ตะกร้าซักผ้า
ภายในห้องนั่งเล่นและห้องครัวจำลอง เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคจาก Shenzhen Physen AI Technology Co., Ltd. (Physen AI) กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปฏิบัติงานบ้านต่าง ๆ ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์จำนวนหนึ่งที่อยู่ติดกันก็เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ โดยมีการบันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวทั้งหมดอย่างแม่นยำ
ข้อมูลที่ได้จากโรงเรียนแห่งนี้จะถูกส่งกลับไปประมวลผล ทำความสะอาด ติดป้ายกำกับ และจัดทำเป็น “ตำราเรียน” สำหรับการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ เพื่อใช้สนับสนุนการฝึกฝนในรอบต่อไป
เมื่อเสร็จสิ้นการฝึก หุ่นยนต์จะได้รับการทดสอบในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง โดยประเมินทักษะต่าง ๆ เช่น การหยิบขวดน้ำ การพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และการเคลื่อนที่อย่างคล่องตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคจะประเมินพฤติกรรมของหุ่นยนต์ เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลส่วนใดยังต้องปรับปรุง ก่อนเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนซ้ำเป็นวงจร เพื่อเพิ่มความฉลาดและขีดความสามารถของหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง
หวง จื้อเซิน ผู้ก่อตั้งบริษัท Physen AI กล่าวว่า “สถานการณ์จำลองการใช้งานจริงที่โรงเรียนฝึกหุ่นยนต์แห่งนี้จัดเตรียมไว้ ช่วยให้เราสามารถเก็บข้อมูล ณ สถานที่ปฏิบัติงานและทดสอบได้ทันทีว่าหุ่นยนต์ทำงานได้จริงหรือไม่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างมาก”
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของเซินเจิ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 343,400 ตัว ขณะที่มูลค่าผลผลิตรวมของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สูงกว่า 240,000 ล้านหยวน (ประมาณ 35,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของเซินเจิ้นที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านการผลิตของเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area)
หวัง เม่าหลิน ผู้ร่วมก่อตั้งจวี้เป่าเผิน กล่าวว่า ชุมชนนวัตกรรมแห่งนี้ผสานบริการด้านข้อมูลสำหรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายเข้ากับการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การฝึกฝนและตรวจสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบ่มเพาะธุรกิจและการนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน โรงเรียนฝึกหุ่นยนต์มีพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 6,000 ตารางเมตร โดยจัดเตรียมสถานการณ์ฝึกหุ่นยนต์ตามมาตรฐานไว้ใน 6 สาขาหลัก ได้แก่ บ้านอัจฉริยะ การจับภาพการเคลื่อนไหว บริการดูแลผู้สูงอายุ การค้าปลีกยุคใหม่ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3C และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในงานวิทยาศาสตร์
นอกเหนือจากพื้นที่ฝึกฝนเหล่านี้ โรงเรียนยังเชื่อมโยงกับสถานที่ใช้งานจริง เช่น สนามกีฬา สถานดูแลผู้สูงอายุ โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์การค้า เพื่อสร้างกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่การเก็บข้อมูล การปรับปรุงสถานการณ์การใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์
โรงเรียนแห่งนี้ยังให้บริการสาธารณะแก่บริษัทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ครอบคลุมการเก็บรวบรวมข้อมูลตามมาตรฐาน การฝึกอัลกอริทึม การปรับปรุงแบบจำลอง และการทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการเหล่านี้ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ลดค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนย่นระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถาน เหวยเจีย เลขาธิการสมาคมหุ่นยนต์เซินเจิ้น กล่าวว่า “ความท้าทายของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มักไม่ได้อยู่ที่แนวคิดหรือความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเฉพาะด้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการต่อเนื่องตั้งแต่การพัฒนาต้นแบบ ไปสู่การพัฒนาด้านวิศวกรรม และการผลิตในระดับอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ”
เพื่อรองรับความต้องการข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลหลายสิบล้านชั่วโมงสำหรับการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานเชิงพาณิชย์ เขตเป่าอันจึงสนับสนุนให้บริษัทหุ่นยนต์สามารถดำเนินงานตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การฝึกแบบจำลอง ไปจนถึงการทดสอบในสถานการณ์จริง ผ่านโรงเรียนฝึกหุ่นยนต์และโครงการริเริ่มอื่น ๆ
จาง ซวี่เทา รองผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเขตเป่าอัน กล่าวว่า การเปิดตัวจวี้เป่าเผินช่วยเติมเต็มช่องว่างสำคัญของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ โดยเฉพาะด้านการจัดหาข้อมูลและการบ่มเพาะธุรกิจในระยะเริ่มต้น
จาง ซวี่เทา กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูง สถานการณ์การใช้งานที่กระจัดกระจาย และความยากลำบากในการนำข้อมูลกลับมาใช้ซ้ำ ด้วยการสนับสนุนจากเงินทุน เทคโนโลยี และสถานการณ์การใช้งานจริง จึงช่วยให้โครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้ำสมัยสามารถตั้งหลักและเติบโตได้”
หวัง เม่าหลิน กล่าวว่า “ในระยะต่อไป จวี้เป่าเผินจะขยายการดำเนินงานจากพื้นที่ฝึกฝนไปสู่สถานที่ใช้งานจริง เช่น โรงงาน บ้านเรือน และร้านค้า เพื่อเปิดโอกาสให้หุ่นยนต์เก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบขีดความสามารถของตนเองเพิ่มเติม และจวี้เป่าเผินจะยกระดับบทบาทให้ครอบคลุมทั้งการผลิตข้อมูล การฝึกแบบจำลอง และการตรวจสอบประสิทธิภาพในการใช้งานจริง โดยจะไม่เป็นเพียงศูนย์ฝึกหุ่นยนต์อัจฉริยะเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานบริการสาธารณะที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมนี้ด้วย”