นักวิทยาศาสตร์จีนคว้ารางวัล Volvo Environment Prize จากผลงานด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและการวิจัยเพื่อความยั่งยืน

ภาพถ่ายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ฟู่ โป๋เจี๋ย นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ถ่ายภาพระหว่างพิธีมอบรางวัล Volvo Environment
Prize ประจำปี 2569 ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
ฟู่ โป๋เจี๋ย (Fu Bojie) นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ได้รับรางวัล Volvo Environment Prize ประจำปี 2026 ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จากผลงานอันโดดเด่นด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและการวิจัยเพื่อความยั่งยืน โดยเฉพาะการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางนิเวศของที่ราบสูงดินเหลือง (Loess Plateau) ในประเทศจีน
ฟู่ โป๋เจี๋ย เป็นนักวิชาการแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) และนักวิจัยประจำศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาของสถาบันดังกล่าว โดยได้รับการยกย่องจากผลงานบุกเบิกด้านระบบสังคม-นิเวศ (Social-Ecological Systems) และวิทยาศาสตร์เพื่อความยั่งยืน
คณะกรรมการตัดสินรางวัลระบุว่า ผลงานวิจัยที่ฟู่ โป๋เจี๋ย ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษในพื้นที่ที่ราบสูงดินเหลืองและเขตพื้นที่แห้งแล้งอื่น ๆ ของจีน ได้มอบบทเรียนอันทรงคุณค่าแก่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาความเสื่อมโทรมของผืนดิน การขาดแคลนน้ำ และความไม่มั่นคงทางอาหาร
ภายหลังรับรางวัล ฟู่ โป๋เจี๋ย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการยอมรับความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์จีนในด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและการวิจัยเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนความก้าวหน้าของจีนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
ฟู่ โป๋เจี๋ย ยังกล่าวว่า ความสำเร็จนี้เป็นผลจากความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของจีนที่ดำเนินมาเกือบ 30 ปี รวมถึงการสนับสนุนงานวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน มูลนิธิวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน
ฟู่ โป๋เจี๋ย กล่าวว่า "ผลงานการฟื้นฟูพื้นที่ที่ราบสูงดินเหลืองไม่ได้เกิดจากฟู่ โป๋เจี๋ย เพียงคนเดียว แต่เป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของสมาชิกในทีมวิจัยและนักศึกษาหลายรุ่นที่ทำงานในพื้นที่แห่งนี้มาโดยตลอด"
ตามข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิรางวัล Volvo Environment Prize ระบุว่า การดำเนินโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องมายาวนานหลายทศวรรษ ช่วยเพิ่มพื้นที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณบนที่ราบสูงดินเหลืองได้อย่างมีนัยสำคัญ
มูลนิธิฯ ระบุว่า การฟื้นฟูพื้นที่ราบสูงแห่งนี้เป็นภารกิจที่ซับซ้อนและต้องอาศัยเวลา โดยการเพิ่มพื้นที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกันได้ว่าระบบนิเวศจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
ฟู่ โป๋เจี๋ย และทีมวิจัยได้ดำเนินการศึกษาภาคสนามอย่างกว้างขวาง ควบคู่กับการวิเคราะห์ภูมิทัศน์ในระดับพื้นที่ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดิน พืชพรรณ ทรัพยากรน้ำ ดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งช่วยวางรากฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศ
ผลการวิจัยพบว่า การฟื้นฟูพืชพรรณสามารถช่วยลดการชะล้างพังทลายของดิน เพิ่มการกักเก็บคาร์บอน และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรือปลูกพืชหนาแน่นเกินไป อาจทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อความพยายามในการฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว
ข้อค้นพบดังกล่าวมีส่วนช่วยปรับเปลี่ยนแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่มากขึ้น โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการฟื้นฟูพืชพรรณ ปริมาณน้ำที่มีอยู่ และความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังกล่าวถึงบทบาทของโครงการ Grain for Green ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวของจีนในการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมให้กลับคืนสู่ป่าไม้และทุ่งหญ้า ตลอดจนโครงการริเริ่มด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยให้พื้นที่ราบสูงดินเหลืองฟื้นตัว
มูลนิธิฯ ระบุด้วยว่า ประสบการณ์การฟื้นฟูพื้นที่ราบสูงดินเหลืองของจีนสามารถเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับพื้นที่แห้งแล้งอื่น ๆ ทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ฟู่ โป๋เจี๋ย แสดงความหวังว่า งานวิจัยในอนาคตจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาสู่ความทันสมัยที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ตลอดจนมีส่วนส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก
ทั้งนี้ รางวัล Volvo Environment Prize เริ่มมอบครั้งแรกในปี 1990 โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก Volvo Group ของสวีเดน และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรางวัลที่มีชื่อเสียงในแวดวงวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมระดับโลก
รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยมูลนิธิอิสระ เพื่อยกย่องนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานวิจัยโดดเด่นและสร้างคุณูปการสำคัญต่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการกำหนดนโยบาย