บทสัมภาษณ์: รองประธานหอการค้าไทยในจีนชี้ CIIE เป็นประตูสู่ตลาดจีนสำหรับภาคธุรกิจไทย
ดร. ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน กล่าวว่า งานมหกรรมนำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo: CIIE) เป็นประตูสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน โดยเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กได้พบลูกค้าและทดลองรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่สามารถขยายความร่วมมือทางธุรกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานมานี้ ณ กรุงเทพมหานคร ดร. ไพจิตร กล่าวว่า หวังว่าจะมีบริษัทไทยเข้าร่วมงานมหกรรมดังกล่าวมากขึ้น เพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดจีน และก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีน อันจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
จากประสบการณ์เข้าร่วมงาน CIIE มาแล้วหลายครั้ง ดร. ไพจิตรได้สรุปจุดเด่นของงานไว้ 3 คำ ได้แก่ “มีเอกลักษณ์” “โอกาส” และ “เปิดกว้าง” โดยคำว่า “มีเอกลักษณ์” สะท้อนถึงการมุ่งเน้นสินค้านำเข้า ส่วน “โอกาส” หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจทุกขนาดได้เข้ามาแสวงหาความร่วมมือ ขณะที่ “เปิดกว้าง” สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการทั่วโลก
นอกจากนี้ ดร. ไพจิตร ยังกล่าวว่า งานมหกรรมนี้มอบโอกาสอันมีคุณค่าในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งผู้ประกอบการไทยบางรายสามารถพบลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้หลังเข้าร่วมงานเพียง 1-2 ครั้ง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยปูทางไปสู่การเติบโตอย่างรวดเร็ว และนอกเหนือจากการหาคำสั่งซื้อแล้ว งาน CIIE ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบว่าสินค้าและรูปแบบธุรกิจของตนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนหรือไม่
หอการค้าไทยในจีนได้ช่วยเหลือธุรกิจร้านกาแฟและร้านชาของไทยในการจัดตั้งร้านค้าต้นแบบภายในงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประชาสัมพันธ์แบรนด์ของตน พร้อมทั้งประเมินการตอบรับของผู้บริโภคผ่านการจำหน่ายสินค้าจริง ทั้งในด้านราคาและรสชาติ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยบางรายยังได้พบกับพันธมิตรชาวจีนภายในงาน เพื่อหารือเกี่ยวกับการนำสินค้า เช่น เครื่องประดับ เข้าไปวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกของจีน
ดร. ไพจิตร กล่าวว่า “ความร่วมมือมีได้หลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหาผู้นำเข้าสินค้าเท่านั้น” พร้อมเสริมว่า งาน CIIE ยังช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สร้างแบรนด์ เชื่อมโยงกับช่องทางการจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนแสวงหารูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจที่หลากหลาย และการที่จีนจัดงาน CIIE อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตลาดต้อนรับสินค้าและบริการจากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสนับสนุนพหุภาคีนิยมและการค้าเสรี
การเปิดกว้างดังกล่าวยังครอบคลุมถึงด้านเทคโนโลยีด้วย โดยนวัตกรรมของจีน ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบโอเพนซอร์ส ไปจนถึงการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์พลังงานสีเขียว ล้วนเปิดโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ ได้รับประโยชน์ผ่านการจัดซื้อสินค้าและการสร้างความร่วมมือกับบริษัทจีน
สำหรับงานมหกรรม CIIE ในปีนี้ ดร. ไพจิตรยังหวังว่าจะมีการเจรจาทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมและความร่วมมือที่ยั่งยืนมากขึ้น พร้อมหวังว่าบริษัทไทยจะก้าวข้ามการจำหน่ายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ดร. ไพจิตรยังกล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในลักษณะนี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนมีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น