ยอดเขาไท่ซาน บททดสอบสุดท้าทายของหุ่นยนต์จีน

(People's Daily Online)วันศุกร์ 06 พฤศจิกายน 2026


ภาพถ่ายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หุ่นยนต์เข้าร่วมการแข่งขันปีนเขาบนภูเขาไท่ซาน ในเมืองไท่อัน มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน
โดยการแข่งขันปีนเขาไท่ซานครั้งแรกของโลกสำหรับหุ่นยนต์ จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ ภูเขาไท่ซาน มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเกือบ 90 ทีม
ซึ่งร่วมทดสอบความสามารถบนเส้นทางเดินเขาอันเก่าแก่ของภูเขาแห่งนี้ (ซินหัว)

หุ่นยนต์สุนัขที่แบกไข่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำดื่มบรรจุขวดไว้บนหลัง เริ่มออกเดินขึ้นสู่ยอดเขาไท่ซาน ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทยอยออกเดินทางทุก ๆ 2 นาที เพื่อพิชิตเส้นทางสุดท้าทายระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ซึ่งมีบันไดมากกว่า 3,100 ขั้น

เส้นทางดังกล่าวทอดผ่านพื้นที่ลาดชันและขั้นบันไดหินที่ขรุขระ บางช่วงมีความกว้างเพียงครึ่งหนึ่งของความยาวเท้าผู้ใหญ่หนึ่งข้าง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันหุ่นยนต์ ซึ่งรวบรวมบริษัท มหาวิทยาลัย และทีมวิจัยจากทั่วประเทศจีนเข้าร่วม สำหรับผู้พัฒนาหุ่นยนต์แล้ว ภูเขาแห่งนี้เป็นสนามทดสอบเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมจริงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย พร้อมทั้งเป็นโอกาสในการสำรวจศักยภาพการนำหุ่นยนต์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

การแข่งขันไม่ได้ประเมินเพียงความเร็วในการปีนขึ้นเขาเท่านั้น แต่ยังพิจารณาความสามารถในการขนส่งสิ่งของให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยด้วย โดยสิ่งของที่นำมาทดสอบมีทั้งสินค้าที่แตกหักเสียหายได้ง่าย เช่น ไข่และแตงโม ตลอดจนสิ่งของที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ เช่น กระติกน้ำเก็บอุณหภูมิ หากสิ่งของที่เปราะบางได้รับความเสียหาย ผู้เข้าแข่งขันจะถูกหักคะแนน

หลี่ จินเสียง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ GENISOM AI หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตที่เข้าร่วมการแข่งขัน กล่าวว่า "ไข่เป็นสิ่งของที่แตกง่าย เราจึงต้องคำนึงถึงวิธีการลำเลียงไข่ขึ้นไปบนภูเขาอย่างมั่นคง พร้อมลดโอกาสที่ไข่จะแตกเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด"

ภารกิจดังกล่าวถือเป็นภาพที่คุ้นตาสำหรับภูเขาไท่ซาน เนื่องจากในอดีตผู้แบกหามบนภูเขาได้ทำหน้าที่ขนส่งสิ่งของขึ้นไปตามขั้นบันไดหินที่สูงชัน เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบัน สุนัขหุ่นยนต์เริ่มเข้ามารับช่วงงานบางส่วนแล้ว ทั้งการขนส่งสิ่งของขึ้นไปบนภูเขา และการลำเลียงขยะลงมาด้านล่าง อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิประเทศที่ท้าทายยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ แม้แต่สำหรับหุ่นยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาให้เคลื่อนที่บนพื้นผิวขรุขระโดยเฉพาะก็ตาม

เฉิน ซีอวิ๋น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท Unitree Robotics กล่าวว่า ขั้นบันไดบนภูเขามีความสูงและความกว้างแตกต่างกันอย่างมาก เมื่อฝนตกพื้นผิวก็จะลื่น ขณะที่ความลาดชันของเส้นทางและจำนวนนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาก็ยิ่งเพิ่มความยากในการปฏิบัติภารกิจ

นอกจากนี้ เฉิน ซีอวิ๋น ยังกล่าวว่า สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ภูเขาไท่ซานเป็นสนามทดสอบที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับหุ่นยนต์ที่มุ่งพัฒนาไปสู่การใช้งานจริง


ภาพถ่ายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หุ่นยนต์เข้าร่วมการแข่งขันปีนเขาบนภูเขาไท่ซาน ในเมืองไท่อัน มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน
โดยการแข่งขันปีนเขาไท่ซานครั้งแรกของโลกสำหรับหุ่นยนต์ จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ ภูเขาไท่ซาน มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเกือบ 90 ทีม
ซึ่งร่วมทดสอบความสามารถบนเส้นทางเดินเขาอันเก่าแก่ของภูเขาแห่งนี้ (ซินหัว)

ขณะที่สุนัขหุ่นยนต์กำลังถูกทดสอบความสามารถในการขนส่งสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก หุ่นยนต์อีกประเภทหนึ่งก็กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดิน โดยเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์แบบสวมใส่ที่ช่วยพยุงร่างกายและลดแรงในการเดิน

การแข่งขันครั้งนี้ยังจัดให้มีการทดสอบปีนเขาโดยใช้อุปกรณ์หุ่นยนต์ช่วยพยุงการเดิน (Exoskeleton) เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการผ่อนแรงและลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินขึ้นเขา

เทคโนโลยีลักษณะเดียวกันนี้กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย กิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง และการออกกำลังกาย

บริษัท MileBot ซึ่งเป็นบริษัทด้านหุ่นยนต์ในมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ได้พัฒนาอุปกรณ์หุ่นยนต์ช่วยพยุงการเดิน เพื่อช่วยในการเดิน โดยมีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม และประมาณ 2 กิโลกรัมเมื่อรวมแบตเตอรี่

เดิมทีบริษัทมุ่งเน้นการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยอุปกรณ์หุ่นยนต์ช่วยพยุงการเดินของบริษัทถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของขาส่วนล่าง ก่อนจะขยายธุรกิจไปสู่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์อัจฉริยะที่สวมใส่ได้

ไต้ ฮุย ผู้จัดการดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกของจีนของบริษัท MileBot กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจจับรูปแบบการเดินที่แตกต่างกันได้ รวมถึงลักษณะการก้าวเดินที่สั้นลงของผู้สูงอายุบางราย และปรับระดับแรงช่วยพยุงให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน

นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังสามารถเลือกให้แรงช่วยพยุงขาข้างใดข้างหนึ่งได้ ซึ่งไต้ ฮุย กล่าวว่าคุณสมบัตินี้อาจช่วยปรับปรุงรูปแบบการเดินของผู้ที่มีภาวะอัมพาตบางส่วนภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

ขณะเดียวกัน ยังมีโหมดเพิ่มแรงต้าน เพื่อทำให้การเดินบนพื้นราบให้ความรู้สึกคล้ายกับการเดินขึ้นทางลาดชัน โดยไต้ ฮุย ระบุว่าโหมดนี้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการฝึกสมรรถภาพทางกาย

จีนกำลังมุ่งขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) อย่างไรก็ตาม การแข่งขันบนภูเขาไท่ซานครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่หุ่นยนต์ยังต้องพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่การใช้งานจริง

หุ่นยนต์สุนัขบางตัวเดินสะดุดหรือชนเข้ากับกำแพง ขณะที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หลายตัวสูญเสียการทรงตัว โดยบางตัวล้มลงหลังเริ่มออกเดินทางได้ไม่นาน ส่วนหุ่นยนต์อีกหลายตัวยังคงต้องพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์อย่างมาก

หลิว เหวินเฉียง รองประธานศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศจีน (China Center for Information Industry Development) กล่าวว่า การนำหุ่นยนต์ไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ข้อมูลที่รวบรวมได้จากภูเขาไท่ซานยังอาจช่วยให้นักพัฒนาหุ่นยนต์เตรียมความพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานในภารกิจด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย

หวัง หย่านี ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์แบรนด์ของบริษัท Universal Ubiquitous AI Co., Ltd. กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับการตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงาน การลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย และการปฏิบัติการกู้ภัยฉุกเฉินในอนาคต

หวัง หย่านี กล่าวว่า "ทางเราหวังว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยผู้คนทำงานที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย งานหนัก และงานที่ต้องใช้แรงกายอย่างมาก"